วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การเซ็ตค่ากล้องวงจรปิด ให้ดูผ่านเน็ต

ขอถามเรื่องการเซ็ตค่ากล้องวงจรปิด ให้ดูผ่านเน็ตได้ครับ
คือว่าผมมีกล้องวงจรปิดอยู่ 2 ที่ครับ (บ้าน 2 หลัง)
หลังแรกซื้อจากร้านมา เขาจึงมาเซ็ตให้ตั้งแต่แรก
แต่อีกตัว ไปซื้อมาติดเองครับ ผมจึงต้องงมหาทางเซ็ตเองอยู่
ตัว แรกนั้น มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ก็งมไปงมมาจนพอจับทางได้แล้ว แต่ก็เป็นเพราะทางร้านเขาเซ็ตค่าใน DVR เรียบร้อยหมดแล้ว ผมเลยทำอะไรได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ก็ดูได้ปกติครับ ติดปัญหาคือหลังที่ 2
แต่พออีกหลังนึงซึ่งต้องเซ็ตอะไรเองทั้งหมดเลยทำให้ติดขัดอยู่ครับ
ผมใช้ host ของ dyndns ครับ โดยที่บ้านหลังแรกที่ใช้งานได้ปกตินั้น ผมใช้เน็ต 3BB
ภายในเครื่อง DVR นั้นถูกเซ็ตค่าไว้ดังนี้ครับ
IP: 192.168.1.88
GATEWAY 192.168.1.1
NETMASK 255.255.255.000
PRIMARY DNS 168.095.001.001
SECONDARY DNS 139.175.055.244
PORT 0088
ผมงงตรง Primary DNS กับ Secondary DNS ครับ เพราะผมลองเช็คใน google ดูแล้ว
ของ 3BB นั้นเป็นดังนี้ครับ
Primary DNS 110.164.252.222
Secondary DNS 110.164.252.223
ซึ่ง ผมลองเข้าไปดูใน router แล้ว ตัว router เองก็แจ้งดังนี้ครับ แต่ภายในตัว DVR กลับเซ็ตแบบนี้ จึงอยากทราบว่าค่า DNS ทั้ง 2 ตัวนี้ มาจากไหนกันแน่ครับ
เพราะผมกำลังลองดูทีละค่า ว่าผมเซ็ตตรงไหนผิดพลาด กล้องของบ้านหลังที่ 2 ถึงดูผ่านเน็ตไม่ได้ครับ
คาดว่าคงพลาดตรงส่วนของ DNS นี่แหละครับ เพราะค่าที่เหลือผมก็เซ็ตตามที่เคยทำไว้ที่บ้านหลังแรก
ยังไงรบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยนะครับ ผมจะได้ลองเซ็ตดูครับ ^ ^


จากคุณ : luferial -[ 23 พ.ย. 54 - 12:42:19 ]




การทำ Port Forward ที่ Router “TP-Link”

คู่มือการทำ Port Forward ที่ Router “TP-Link”
การทำให้ DVR ดูทางอินเตอร์เน็ทได้นั้น ต้องทำ
1.สมัครและสร้าง Host name กับ DynDNS.com, No-IP.com (ดู Register DDNS)
อย่าลืมจดชื่อโฮส ชื่อผู้ใช้ และระหัสผ่าน ที่ลงทะเบียนกับผู้ให้บริการ DDNS ด้วย
2.เซ็ท DVR แต่ละตัว แต่ละรุ่น วิธีการจะคล้ายๆกัน (ดู Set DVR for Internet)
อย่าลืมจดเลขไอพี และเลขพอร์ทของดีวีอาร์ มาด้วย
3.การทำ Port Forwarding และทำ DDNS ที่ Router หรือที่ DVR
อุปกรณ์และบริการ ที่ต้องใช้
1.อินเตอร์เน็ทความเร็วสูง
2.Router และอุปกรณ์ครบชุด
3.คอมพิวเตอร์ที่มีพอร์ทแลน
ก่อนอื่นคุณต้องต่อสายแลนจาก Router เข้ากับ Computer ที่คุณใช้ตั้งค่า
เปิดเราเตอร์ และเปิดคอมฯ พอคอมฯ ขึ้นหน้าจอพร้อมใช้งานแล้ว
เปิด My Computer (ดะเบิ้ลคล็กที่ My Computer)
ตรงช่อง Address ให้พิมพ์เลขไอพีของ Router
ถ้ายังไม่ถูกเปลี่ยนเป็นเลขอื่น จะเป็นเลข
192.168.1.1 แล้วกดปุ่ม Enter ที่ Keyboard
จะให้ใส่ User กับ Password ของ Router
User = admin
Password = admin
Remember my password = ให้จำระหัสผ่านหรือไม่ (คลิ๊กถูกให้จำ ว่างไว้ไม่จำ)
คลิ๊ก OK

หลังจากคลิ๊ก OK จะปรากฏหน้าต่าง บอกสถานะของเราเตอร์ ดังรูป
ถ้าเราเตอร์ใช้อินเตอร์เน็ทได้อยู่แล้วก็ข้ามไป
ถ้ายังใช้อินเตอร์เน็ทไม่ได้ ยังไม่ได้ตั้งค่า
คลิ๊ก Quick Setup
หน้านี้จะให้คุณตั้งค่าให้ใช้อินเตอร์เน็ทได้
คุณต้องรู้ หรือโทรถามผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท
1.ใช้อินเตอร์เน็ทของค่ายไหน TOT, True, TT&T เป็นต้น
2.VPI, VCI
(อาจเป็นเลขอื่นๆ โทรถามผู้ใหบริการอินเตอร์เน็ท หรือดูจากตัวเก่าแล้วจดไว้)
VPI = เลขอะไร (True, TOT, TT&T, CAT, Samart, CSLox = 0)
VCI = เลขอะไร (True=100, TOT=32, TT&T=33, CAT,Samart,CSLox = 35)
ตัวอย่างใช้ Internet ของ CAT, VPI = 0, VCI = 35
แล้วคลิ๊ก Next
3.ใช้ PPPoE หรือ PPPoA
ใช้ LLC หรือ VC
แล้วคลิ๊ก Next

*** ตรง Dial on demand (with idle timeout timer) ไม่ต้องติ๊กถูก***

*** ถ้าติ๊กถูกไว้หมายถึง ถ้าไม่ใช้อินเตอร์เน็ทภายในเวลาที่ตั้งไว้ (15 นาที) เน็ทจะตัด
4.User name และ Password สำหรับใช้อินเตอร์เน็ท
PPP Username: = ชื่อผู้ใช้ ได้มาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท
PPP Password: = ระหัสผ่าน ได้มาจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท
PPPoE Service Name: = ชื่อผู้ให้บริการ เช่น True, TOT, CAT เป็นต้น
แล้วคลิ๊ก Next
อย่าลืม Save/Apply
หลังจากตั้งค่าให้ใช้อินเตอร์เน็ทได้แล้ว (ถ้ายังไม่มีโฮสเนม ลองสมัคร DynDNS)
ทำ Port Forward
คลิ๊ก Advanced Setup > NAT > Virtual Servers
จะปรากฏดังรูป
เลือก Custom Server: = ช่องว่างใส่ชื่อการตั้งค่านี้ (เช่น CCTV, DVR เป็นต้น)
Server IP Address: = ไอพีของดีวีอาร์ ตัวอย่าง = 192.168.1.10
External Port Start = พอร์ทของ DVR ของคุณใช้เลขอะไร ก็ตามของคุณ ตัวอย่าง = 85
External Port End = พอร์ทของ DVR ของคุณใช้เลขอะไร ก็ตามของคุณ ตัวอย่าง = 85
Protocol = รูปแบบการสื่อสาร ใช้ TCP หรือจะเอาทั้งสองอย่างก็ได้ TCP/UDP
Internal Port Start = พอร์ทของ DVR ของคุณใช้เลขอะไร ก็ตามของคุณ ตัวอย่าง = 85
Internal Port End = พอร์ทของ DVR ของคุณใช้เลขอะไร ก็ตามของคุณ ตัวอย่าง = 85
อย่าลืม Save/Apply
หลังจากคลิ๊ก Save/Apply
จะปรากฏดังรูป
ทำ DMZ (ทำก็ดีไม่ทำก็ได้)
คลิ๊ก Advanced Setup > NAT > DMZ Host
จะปรากฏดังรูป
DMZ Host IP Address: = เลขไอพีของ DVR ตัวอย่าง 192.168.1.10
แล้วคลิ๊ก Save/Apply
ทำ DDNS
คุณสามารถเลือกทำ DDNS ได้ 2ที่ 1.ที่ Router 2.ที่ DVR ถ้าจะทำที่ DVR ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป ดู DDNS_DVR
คลิ๊กแทบ Advanced Setup > DNS > Dynamic DNS
จะปรากฏหน้าต่างดังรูป
D-DNS provider = ใช้บริการ DDNS ของใคร = DynDNS.org
Hostname = ชื่อโฮส ที่ลงทะเบียนไว้กับ www.dyndns.com ของคุณชื่ออะไรก็ใส่ไปตามนั้น
Interface = ควรจะเป็นเลข VPI/VCI ที่คุณใช้ (ตัวอย่างเป็นของ CAT: br_0_35/ppp_0_35_1)
Userame = ชื่อที่ลงทะเบียนไว้กับ www.dyndns.com
Password = ระหัสผ่านที่ลงทะเบียนไว้กับ www.dyndns.com
อย่าลืม Save/Apply
หลังจากคลิ๊ก Save/Apply
จะปรากฏดังรูป
Save and Reboot
คลิ๊กแทบ Managment > Save/Reboot
คลิ๊ก Save/Reboot ที่อยู่ตรงกลาง
รอให้ไฟแสดง DSL ทีเราเตอร์ติดค้าง
————————————————
เสร็จแล้วทดลองใช้ดู
ให้คนที่อยู่ Internet คนละ Account ลองเข้ามาดู
ที่คอมฯ เครื่องที่จะดูทางอินเตอร์เน็ท
เปิดอินเตอร์เน็ท ใช้ IE
ตรงช่อง Address ให้ใส่
http://hostname.dyndns.org:85
แล้ว Enter
(hostname.dyndns.org = ชื่อโฮส ของคุณเป็นอะไรก็ใส่ตามนั้น)
(:85 = เลขพอร์ทของ DVR ของคุณเป็นอะไรก็ใส่ตามนั้น)
(DVR รุ่นเก่า คอมฯที่ใช้ดูต้องมี JAVA ดูการเซ็ท DVR รุ่นเก่าให้ดูทางแลนและอินเตอร์เน็ท2,3)
(DVR รุ่นใหม่ คอมฯที่ใช้ดูต้องโหลด ActiveX ดูการเซ็ท DVR รุ่นใหม่ให้ดูทางแลนและอินเตอร์เน็ท2,3)
(DVR รุ่นใหม่อาจมีรหัสความปลอดภัย ให้ใส่ตามที่มองเห็น หรือใช้ Video Server E, หรือ Video Viewer)
User Name และ Password ถ้ายังไม่ถูกเปลี่ยนจะเป็น admin ทั้งสองที่
เครื่องรุ่นใหม่ๆ จะให้ใส่รหัสความปลอดภัยด้วย ปรากฏตัวอะไรก็ใส่ตามนั้น
จบ ถ้ามีปัญหากรุณาตั้งกระทู้ใหม่ครับ
********************

วิธีหาเลขไอพีของ Router และ DNS

วิธีหาเลขไอพีของ Router และ DNS โดยใช้ Windows XP

Router ในที่นี้หมายถึง อุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท บางทีก็เรียก “บรอดแบนเร้าเตอร์”
ที่สำคัญคือ ต้องมีทั้ง โมเด็ม+เร้าเตอร์ แต่เวลาเรียกจะเรียก “เร้าเตอร์” เฉยๆ (ถ้าไม่มี MODEM อาจต่อกับ Fiber Optic หรืออื่นๆ)
อุปกรณ์ที่ใช้ในการค้นหาเลขไอพี เช่น
1.ตัว Router พร้อมสายแลน และหม้อแปลงไฟครบชุด ยี่ห้อและรุ่นที่ต้องการหาเลขไอพี
2.คอมพิวเตอร์ที่มีพอร์ทแลน และ/หรือ Wireless LAN
วิธีทำ

1.เสียบสายไฟ, สายแลนระหว่าง Routerต่อ Computer ตรวจดูต่อให้ครบ แล้วเปิดไฟทั้งหมด

รอจน คอมพิวเตอร์พร้อมใช้งาน

2.คอมพิวเตอร์บางเครื่องจะมี ไอ-คอน รูปคอมพิวเตอร์คู่ ที่ขอบล่างมุมด้านขวา ดังรูป

ถ้าไม่มี ข้ามไปหัวข้อ.4.
ถ้ามี ดะเบิ้ลคลิ๊กตรงไอ-คอนนี้ แล้วจะมีหน้าต่าง รูปนี้ปรากฏ


ให้ลองติ๊กตรง Support
ถ้าตรง Address Type = Assigned by DHCP ถ้าไม่เหมือนให้ข้ามไปข้อ 3.
ถ้าตรง Address Type:                Assigned by DHCP เหมือนในรูป
ตรง Default Gateway:               192.168.2.1 (ตัวอย่าง ของคุณเป็นเลขอะไรก็ตามนั้น)
เลขต่อจาก Default Gateway: นี้จะเป็นเลขไอพีของ Router (จดเอาไว้ ต้องนำไปใส่ที่ DVR)
ถ้าจะดู DNS ต้องคลิ๊ก Details… แล้วจะปรากฏรูปนี้

เลขที่อยู่ต่อจาก Default Gateway จะเป็นเลขไอพีของ Router (จดไว้นำไปใส่ที่ DVR)
เลขที่อยู่ต่อจาก DNS Server เลขชุดแรกคือเลข DNS2, เลขชุดหลังคือเลข DNS1
ทดลองเลขไอพีของ Router โดยการเปิด My Computer ตรงช่อง Address:      ให้ใส่เลข IP ของ Gateway
ที่จดมา แล้ว Enter ถ้าถูกต้องใช้ได้ จะให้ใส่ User และ Password ของ Router

3.จากข้อ 2 ถ้าคลิ๊กตรง Support แล้วไม่เหมือน ให้คลิ๊กที่ General แล้ว Properties

แล้วจะปรากฏรูปนี้


คลิ๊ก General คลิ๊ก Internet Protocol (TCP/IP) คลิ๊ก Properties
(ถ้าเครื่องคอมฯ ของใครไม่ปรากฏ “คอมฯคู่” ที่ขอบล่างด้านขวา
ให้ติ๊กที่ช่องสี่เหลี่ยมหน้า Show icon in notification area when connected แล้ว OK)
หลังจากคลิ๊ก Properties แล้วจะปรากฏ ดังรูป
ให้ติ๊กตรง Obtain ……..

ถ้าติ๊กที่ Use the following ……และมีเลขไอพีด้วย ให้ติ๊ก Obtain ดังรูปที่ล้อมกรอบแดงไว้ แล้ว OK

ขึ้นหน้านี้ คลิ๊ก Close
ที่ขอบล่างด้านขวาจะมีจุดสีเหลืองเลื่อนไปมา สีฟ้ากระพริบที่รูปคอมฯคู่ แล้วปรากฏ ดังรูป

แสดงว่าคอมพิวเตอร์ได้รับเลขไอพีใหม่มาแล้ว
ให้ดะเบิ้ลคลิ๊กที่ ไอ-คอน รูปคอมฯคู่อีกครั้ง

แล้วทีนี้จะปรากฏหน้าต่างเหมือนข้อ 2 ทำตามข้อ 2 จนเสร็จ

จดเลขไอพีของ Router
จดเลขไอพีของ DNS
นำไปใส่ที่ DVR
4.ถ้าเครื่องคอมฯ ของคุณไม่มี ไอ-คอน รูปคอมฯคู่ ที่ขอบล่างมุมด้านขวาของจอคอมฯ
ต้องหา ไอ-คอน หน้าตาคล้ายๆแบบนี้ แต่ของบางเครื่องอาจจะไม่มีกุญแจ

บางคนไปหาแถว My Network Places
Start > My Network Places


View network connections > Local Area Connection หลังจากดะเบิ้ลคลิ๊ก Local Area Connection แล้ว ต่อไปก็จะเหมือนข้อ 2. หรือข้อ 3.

5.บางคนก็ไปหาใน Control Panel

Start > Control Panel


คลิ๊ก Network and Internet Connections แล้วคลิ๊ก Network Connections
แล้วจะปรากฏ ดังรูป

ดะเบิ้ลคลิ๊กที่ไอ-คอนรูปนี้ ต่อไปจะทำเหมือนข้อ 2 หรือ ข้อ 3
Control Panelของบางเครื่องอาจเป็นแบบ Classic View จะแบบไหนก็ได้
ขอให้หา Local Area Connection ให้พบก็แล้วกัน (ยกเว้นของคุณใช้ Wireless LAN)

จำนวนคนเปิดอ่าน : 21944
 
 
Date : 08 มิ.ย. 2010 | อ่าน ( 21945 ) ครั้ง

ใช้งานกล้อง IP Camera

เรียนรู้วิธีการติดตั้งและใช้งานกล้อง IP Camera
  1. อุปกรณ์ที่ต้องมี
    • Router (ง่ายที่สุดสำหรับอุปกรณ์ตัวนี้ก็คือ ADSL Modem Router)
    • กล้อง IP Camera
    • เครื่องคอมพิวเตอร์
    • สายแลนจำนวน 2 เส้น
  1. การเชื่อมต่ออย่างง่าย
    • ใช้สายแลนเส้นที่ 1 เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับ Router
    • ใช้สายแลนเส้นที่ 2 เชื่อมต่อกล้อง IP Camera เข้ากับ Router
  1. ติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
    • เมื่อทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ตามขั้นตอนก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว ให้ติดตั้งโปรแกรมที่เกี่ยวข้องลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยในการติดตั้งและใช้งานกล้อง IP Camera ของ LevelOne นั้นจะมีโปรแกรมที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 โปรแกรม คือ
      • โปรแกรมตัวช่วยในการค้นหาและติดตั้ง – เป็นโปรแกรมในลักษณะที่เป็น Wizard ที่ช่วยในการค้นหากล้อง IP Camera ของ LevelOne ที่มีการติดตั้งอยู่ในระบบเครือข่าย โดยกล้องแต่ละรุ่นอาจใช้โปรแกรมในการทำหน้าที่นี้คนละตัวกัน ดังนั้นกรุณาตรวจสอบจากแผ่น CD ที่มาพร้อมกันกับตัวสินค้า
      • โปรแกรม IPCamSecure - เป็นโปรแกรมบริหารจัดการกล้อง IP Camera ของ LevelOne (ใช้ได้กับกล้อง IP Camera ของ LevelOne ทุกรุ่น) โดยสามารถใช้ดูและบันทึกภาพจากกล้อง IP Camera ได้พร้อมกันทั้งหมด 64 กล้อง
  1. ค้นหาและกำหนดค่าพื้นฐานให้กับกล้อง IP Camera
    • หลังจากติดตั้งโปรแกรมทั้ง 2 โปรแกรมก่อนหน้านี้เสร็จแล้ว ให้ใช้ “โปรแกรมตัวช่วย
      ในการค้นหาและติดตั้ง ” ทำการค้นหากล้อง IP Camera ของ LevelOne ทั้งหมดที่มีอยู่ใน
      ระบบเครือข่าย และทำการกำหนดค่าพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานให้กับตัวกล้อง
      เช่น
      • ชื่อกล้อง (Camera Name)
      • วันและเวลา (Date and Time)
      • หมายเลข IP Address และ หมายเลข Port (Network Configuration)
      • คุณสมบัติทางด้านภาพและเสียง (Audio/Video)
ภาพตัวอย่างการใช้ “โปรแกรมตัวช่วยในการค้นหาและติดตั้ง”
SetupWizard เป็น "โปรแกรมตัวช่วยในการค้นหาและติดตั้ง" ที่ใช้กับกล้องรุ่นต่างดังต่อไปนี้
  • FCS-0010
  • WCS-0010
EasyConfigWizard เป็น "โปรแกรมตัวช่วยในการค้นหาและติดตั้ง" ที่ใช้กับกล้องรุ่นต่างดังต่อไปนี้
  • FCS-0030
  • WCS-0030
 
Installation Wizard เป็น "โปรแกรมตัวช่วยในการค้นหาและติดตั้ง" ที่ใช้กับกล้องรุ่นต่างดังต่อไปนี้
  • FCS-1030
  • WCS-2030
 
 
บริหารจัดการระบบด้วย IPCamSecure
  • หลังจากที่ทำการกำหนดรายละเอียดการทำงานให้กับกล้องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เชื่อมต่อกล้องเข้ากับโปรแกรม IPCamSecure เพื่อใช้ในการดูและบันทึกภาพจากกล้อง IP Camera โดยที่โปรแกรม IPCamSecure นี้สามารถเชื่อมต่อและทำงานกับกล้องได้พร้อมๆกันถึง 64 ตัว