วันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ดูภาพกล้องวงจรปิดผ่านอินเตอร์เนด



ดูภาพกล้องวงจรปิดผ่านอินเตอร์เนด สิ่งสำคัญ คือต้องรู้ค่า Ports ว่าแต่ละอันคืออะไร


Network ports used by GeoVision
ค่าการติดตั้งของ Port โทรทัศน์วงจรปิด ที่จำเป็น เมื่อไรก็ตามที่เราต้องการดูภาพกล้องวงจรปิดผ่านอินเตอร์เนด ต้องรู้ว่าค่าแต่ละอันคืออะไรแล้วจะเอาไปใช้ได้ยังไง ก็เอามาให้ดูกันไปก่อนว่ามีตัวไหนบ้างแล้วก็ลอง Forward Port ดูได้
WebCam Http = 80

FTP = 21

Command = 4550

Data = 5550

Audio = 6550

Remote Control = 3389

SSL = 443

Mobile = 8866

Mobile RPB = 5511

3G RTSP / TCP = 8554

3G RTP /RTCP UPP = 17300-17380

RemotePlayBack RPBSvr = 5066
 
RemoteView TCPSvr = 3550
 
VSM Server = 5610

TwinServer Server = 9650

Multicast =19650

TwinDVR Http = 80

FTP = 21

Command = 4550

Data = 5550

Remote Control = 3389

IP Multicast DMMCast = 3650

Authentication Server Server = 3663

SMS Server = 6886

At DVR subscriber site Command = 5548

Connection Port = 5545

Data = 5549

Audio = 5546

CenterV2

At Center V2 site Center = 5547

Connection = 5551

Dispatch Server Server = 21112

GeoCenter Server = 20001

DMIP FTP = 21

DDNS Server = 80 and 81

At DVR host site Command Port = 3388

Data Port = 5611

Log Port = 5552

Control Center

At Control Center site Command Port = 3388

TCP Server Server = 3550

UPnP TCP/IP = 5200

Wiegand Capture Server Server = 5612
 

[1]




Zyxel 660 HW รุ่นนี้ก็ต่อกล้อง.


 > Zyxel 660 HW รุ่นนี้ก็ต่อกล้อง...

Zyxel 660 HW รุ่นนี้ก็ต่อกล้องวงจรปิดได้นะ

ยี่้ห้อนี้เป็นของ Zyxel รุ่น 660 HW เป็นรุ่นที่ทำกันค่อนข้างบ่อยทีเดียว เลยเอามาโชว์ให้ดูแบบแรกก่อนเลย แต่จิงๆแล้วมีหลายรุ่นนะ แต่ของ Zyxelแล้วหน้าโปรแกรมจะเหมือนๆกัน







เปิดโปรแกรม Internet Explorer (IE) ในช่อง Address 
พิมพ์ 192.168.1.1 IP Router ตัวนี้ แต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน แล้วแต่รุ่น ถามจากเจ้าของอุปกรณ์ได้
Zyxel 660 Hw main menu
ใส่ค่า รหัสผ่าน 
Password : 1234 ค่าเริ่มต้น ค่านี้สามารถเปลี่ยนได้ เสร็จแล้วกด Login เพื่อเข้าหน้าต่อไป
Zyxel Change Password main
ค่านี้เป็นการถามรหัสผ่านใหม่ จะเปลี่ยนก็ได้ไม่เปลี่ยนก็ได้ กรณีนี้ไม่เปลี่ยนนะค่ะ กด Ignore ไปเลย
การ forward port Kodicom Diginetl
คลิ๊ก Network
คลิ๊ก NAT
คลิ๊ก Port Forwarding
ในช่อง Service Name เลือก User Define
Server IP Address พิมพ์ 192.168.1.33 ค่านี้เป็นค่า IP Address ของคอมพิวเตอร์ หรือของ DVR AV-TECH หรือ ค่า IP Address ของ IP Camera 
คลิ๊ก ADD
ส่วน Ports ก็ตาม ในรูปเลยนะ ทำให้ครบ สำหรับค่านี้สำหรับ




[1]


วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเครื่อง DVR AVTECH 12 เดือน ก่อน
คำถาม : เปิดไม่ติด
คำตอบ : ให้ ตรวจสอบสาย Adaptor ใช้ Adaptor ให้ตรงรุ่น

คำถาม : DVR ไม่ทำงานเมื่อกดปุ่ม
คำตอบ : เกิดจาก Key lock ตรวจสอบว่าใส่รหัสผ่านถูกต้อง (ค่ามาตรฐาน กด Enter 4 ครั้ง)

คำถาม : เครื่องไม่เจอ ฮาร์ดดิสก์
คำตอบ : - เปลี่ยนสายที่เชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์
- เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ตัวอื่น
- ถ้าเป็นรุ่นเก่าที่เป็น IDE ให้ตรวจสอบ Jumper ของฮาร์ดดิสก์ ให้เป็น Master Slave

คำถาม : ไม่เจอ USB Flash Dive
คำตอบ : 
- ให้ Format เป็น Fat32
- ลองเปลี่ยน Flash Drive ตัวใหม่
*ตัวเครื่องบางครั้งจะไม่รองรับ Flash Drive รุ่นใหม่ๆเพราะค่ายที่ผลิต Flash Drive จะอิงตามระบบ Windows แต่ตัว DVR เป็นคนละระบบกันฉะนั้นบางรุ่นอาจจะใช้ไม่ได้

คำถาม : DVR ไม่เขียนแผ่น
คำตอบ : บางแผ่นจะไม่สามารถเขียนได้ ต้องลองเอาแผ่นที่แถมไปกับเครื่องจะเขียนว่า Gift ทดสอบดูว่าสามารถเขียนได้หรือไม่ถ้าไม่ได้ แสดงว่า DVD มีปัญหาให้ส่งเคลม

คำถาม : Back up ภาพผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มีข้อมูล
คำตอบ : ตรวจสอบวันที่เวลาของเครื่องบันทึกให้ถูกต้อง

คำถาม : ไม่มีภาพ ภาพมืด ภาพไม่ขึ้น
คำตอบ :
- ตรวจเช็คสายสัญญาณ ต่ออยู่กับกล้องหรือไม่
- ตรวจเช็ค Adaptor กล้องว่าไฟเข้าหรือไม่
- สายสัญญาณจากกล้องต้องต่อเข้าไปที่ช่อง Input ไม่ใช่ช่อง loop
- สัญญาณที่ต่อไปที่ TV ต้องต่อที่ช่อง Monitor ที่ทีวีต้องต่อเข้าช่อง AV เลือก ถ้าต่อเข้าที่ช่องสายอากาศทีวีจะไม่มีภาพ
- เปลี่ยนสายสัญญาณ

คำถาม : ภาพขาว จ้าผิดปรกติ
คำตอบ : - ให้ตรวจสอบสวิต Hi-Impedance
- ตรวจสอบเมนู Brigh และปรับค่า

คำถาม : เครื่องไม่บันทึกภาพ
คำตอบ : 
- ตรวจสอบว่ามีฮาร์ดดิสก์หรือไม่ หรือเครื่องตรวจสอบพบฮารดดิสก์หรือไม่
- ตรวจสอบว่าสั่งให้เครื่องบันทึกหรือไม่ ให้ดูที่ Menu Record
- ให้ตรวจสอบที่ Log file ของเครื่องว่าเกิด Error หรือ System ต่างๆ

คำถาม : เครื่องมีเสียงร้องและไม่บันทึก เมื่อฮาร์ดดิสก์เต็ม
คำตอบ : ให้ เปิดระบบ Over Write ที่เมนู

คำถาม : ค้นหาภาพย้อนหลังโดยกำหนดเวลาแต่ไม่มีภาพ
คำตอบ : ตรวจสอบวันที่เวลาของเครื่องให้ถูกต้องว่าตรง กับปัจจุบันหรือไม่

คำถาม : เวลา Playback แล้วไม่มีภาพหรือภาพมืด
คำตอบ : อาจจะเกิดจากช่วงเวลาที่เราต้องการดูไม่มี สัญญาณภาพมาเช่นกล้องไฟดับ สายสัญญาณหลุด

คำถาม : ต่อ Port VGA แล้วภาพไม่ขึ้น
คำตอบ : ถ้าเป็นรุ่นเก่าที่มีคำว่า D / V จะไม่สามารถต่อจอ monitor ตรงๆ ได้ จำเป็นต้องใช้ตัวแปลง VGA01

คำถาม : เสียงจากไมค์ไม่ออกทีวี
คำตอบ : ที่รีโมทให้กด Audio Ch -, +

คำถาม : ไม่สามารถ Backup ภาพออกมาจากกล้องได้
คำตอบ : เสียงจะต่ออยู่ที่กล้อง 1 กล้อง 2 กล้อง 3 กล้อง 4 เท่านั้น *** ถ้าเป็นรุ่นเก่าบางรุ่นเช่น AVD717D เสียงจะอยู่ที่กล้อง 13 กล้อง 14 กล้อง 15 กล้อง 16

คำถาม : รีโมทใช้งานไม่ได้
คำตอบ : - ถ้าเป็นเครื่อง DVR รุ่นเก่า จะต้องต่อสายสัญญาณ Remote ก่อนถึงจะสามารถใช้งานได้ - ใส่ Battery ที่ตัวรีโมทก่อน ตรวจเช็คว่า Battery มีไฟหรือไม่

คำถาม : กดปุ่มต่างๆ ที่เครื่องหรือรีโมทมีเสียงกดแต่เข้าใช้งานไม่ได้
คำตอบ : ให้สังเกตุที่หน้าจอว่าขึ้นเป็นรูปกล้อง Speed Dome หรือ PTZ บนจอหรือไม่ ถ้าขึ้นบนจอภาพให้กดให้สัญลักษณ์ หายออกไปจากหน้าจอโดยการ

คำถาม : DVR มีเสียงร้อง เกิดจากAlarm ต่างๆ
คำตอบ : หากไม่ต้องการให้มีเสียงให้เข้าไปปิดในเมนู ADVANCE ->ALERT ->เลือกเมนูที่ต้องการให้ OFF

คำถาม : DVR Boot ค้าง ขึ้นคำว่า System Initialize
คำตอบ : ให้ถอด ฮาร์ดดิสก์ออก แล้วเปิดเครื่องปรกติ ถ้าใช้งานได้ให้เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ ถ้าเปิดไม่ขึ้น ให้ส่งเข้าบริษัท

คำถาม : ขึ้น scanning hard disk ตลอด
คำตอบ : ให้เปลี่ยนสาย Hard disks (เนื่องจากทางโรงงาน AVTECH ตรวจสวบพบว่าเกิดจากปัญหาของสายฮาร์ดดิสก์ ซึ่งตอนนี้ทางโรงงานได้เปลี่ยนสายเรียบร้อยแล้วสำหรับรุ่น 791A/796A/798A)

คำถาม : กด playback แล้วเครื่อง restart เอง
คำตอบ : ให้อัพเกรด Firmware

คำถาม : เครื่องรีสตาร์ทเอง
คำตอบ : ให้ฟอร์แมต ฮาร์ดดิสก์ ปิดเปิดเครื่องใหม่อีกครั้ง
 

ดูผ่านเน็ตแบบง่ายที่สุดในโลก ใช้ DVR SMK-8704-8708-8716B

ดูผ่านเน็ตแบบง่ายที่สุดในโลก ใช้ DVR SMK-8704-8708-8716B 
แจ้งลบกระทู้
avatar
ผ่านมาเยอะเจ็บมาเยอะ


user image
ดาวน์โหลดโปรแกรมดีวีอาร์ดูผ่านเน็ตได้ที่นี่ ปี2010

ผู้ตั้งกระทู้ ผ่านมาเยอะเจ็บมาเยอะ กระทู้ตั้งโดยสมาชิก :: วันที่ลงประกาศ 2010-03-09 10:31:27 IP : 58.9.30.148

[1] 2 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (3160997)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar
ผ่านมาเยอะเจ็บมาเยอะ


image

User name & Password

User name & Password
เมื่อตั้งค่าให้สามารถดูทาง LAN และ Internet ได้แล้ว
สิ่งที่ควรทำต่อไปคือ การเปลี่ยนระหัสผ่าน และ/หรือ เพิ่มชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
***การแก้รหัสผ่านที่เครื่อง ถ้าจำรหัสไม่ได้จะต้องทำฮาร์ดรีเซ็ทเท่านั้น***
การแก้รหัสผ่านของระบบเครือข่าย ถ้าจำรหัสไม่ได้ทำแค่ รีเซ็ทเป็นค่าจากโรงงาน
รหัสผ่านของ DVR ยี่ห้อ AVTECH ทุกรุ่นมี 2ที่
1.รหัสผ่านตอนเข้าใช้ที่เครื่อง รหัสผ่านจากโรงงานเป็นเลขศูนย์ 4ตัว หรือ ENTER 4ครั้ง
2.รหัสผ่านตอนเข้าใช้เครื่องทางระบบ Network ต้องมี User name ด้วย ค่าที่ตั้งจากโรงงานคือ
USER NAME = admin (ตัวเล็ก)
PASSWORD = admin (ตัวเล็ก)
1.วิธีเปลี่ยนรหัสผ่านที่เครื่อง แบบทางรัด
1.1.รุ่น MJPEG (กดที่หน้าเครื่อง และ/หรือที่รีโมท (ถ้ามี))
MENU (รหัสผ่าน(ถ้ามี))>ADVANCE >SYSTEM >PASSWORD >SETUP แล้ว ENTER
ADMIN PASSWORD 0000 (เลขศูนย์4ตัว)
GUEST PASSWORD 1111
เลื่อนไปตำแหน่งที่ต้องการเปลี่ยน กด + = เพิ่ม 0>1>2 กด – = ลดลง 9>8>7
พอใจแล้วกด MENU
1.2.รุ่น MPEG4 (กดที่หน้าเครื่อง และ/หรือที่รีโมท (ถ้ามี))
MENU (รหัสผ่าน(ถ้ามี))> ADVANCE > SYSTEM > PASSWORD
เลื่อนไปด้านขวาตรง XXXX กด ENTER ใส่รหัสเก่า แล้วใส่รหัสใหม่
เลื่อนไปตำแหน่งที่ต้องการเปลี่ยน กดขึ้น=เพิ่ม 0>1>2กดลง=ลดลง 9>8>7
พอใจแล้วกด MENU
1.3.รุ่น H.264 (กดที่หน้าเครื่อง และ/หรือที่รีโมท (ถ้ามี))
MENU (รหัสผ่าน(ถ้ามี))> เลื่อนลงSYSTEM > PASSWORD
เลื่อนไปด้านขวาตรง XXXX กด ENTER ใส่รหัสเก่า แล้วใส่รหัสใหม่
เลื่อนไปตำแหน่งที่ต้องการเปลี่ยน กดขึ้น=เพิ่ม 0>1>2กดลง=ลดลง 9>8>7
พอใจแล้วกด MENU
1.4.รุ่น H.264 Series A (กดที่หน้าเครื่อง และ/หรือที่รีโมท หรือใช้ Mouse)
MENU (รหัสผ่าน)> SYSTEM > เลื่อนขวาADMIN PASSWORD > SETUP แล้วENTER NEW PWD เลื่อนไปที่ตัวเลข แล้ว ENTER
MENU (รหัสผ่าน)>SYSTEM>เลื่อนขวาOPERATION PASSWORD>SETUP แล้วENTER NEW PWD เลื่อนไปที่ตัวเลข แล้ว ENTER
พอใจแล้วกด MENU
2.วิธีเปลี่ยนรหัสผ่าน เพิ่มผู้ใช้และรหัสผ่านในระบบ Network
2.1.รุ่น MJPEG, และMPEG4 ใช้โปรแกรม Video Server E
เปิดโปรแกรม Video Server E และเชื่อมต่อกับ DVR ให้เรียบร้อย
คลิ๊กตรงมุมบนด้านขวาของหน้าต่างนี้ SYSTEM CONFIG รูปแบบนี้
ถ้าต้องการแค่ เปลี่ยน
คลิ๊ก + หน้า General เพื่อเปิดเมนูย่อย
คลิ๊ก Account แล้วติ๊กตรง admin SUPERVISOR ……….. หนึ่งครั้ง
คลิ๊ก EDIT
เปลี่ยนเสร็จ คลิ๊ก OK แล้ว APPLY
Username : = ชื่อผู้ใช้
Password : = รหัสผ่าน
Login record : = เปิดโปรแกรม/บันทึกลงคอมฯทันที  OFF=ไม่บันทึก / ON=บันทึก
Life time : = อายุการใช้งาน ใช้ได้นานเท่าไร
INFINITY = ใช้ได้ตลอดไป
1 Day = ใช้ได้ 1วัน
1 Hour = ใช้ได้ 1ชั่วโมง
1~10 MIN = ใช้ได้ 1ถึง 10นาที
User level : = ระดับของผู้ใช้ ว่าทำอะไรได้บ้าง
SUPERVISOR= ทำได้ทุกอย่าง (ระดับสูงสุด)
HIGH = Config, MENU ไม่ได้/ดูกล้องได้ปกติ/ดูย้อนหลังได้/เปิดมาบันทึกลงคอมฯ
NORMAL = Config, MENU,ปรับขนาด,ไม่ได้/ดูกล้องได้ปกติ/ดูย้อนหลังได้/เปิดมาบันทึก
GUEST = ดูตามที่มีได้อย่างเดียว (ระดับต่ำสุด)
เพิ่ม Username และ Password
คลิ๊ก + หน้า General เพื่อเปิดเมนูย่อย
คลิ๊ก Account
คลิ๊ก ADD
วิธีเพิ่มจะเหมือนการเปลี่ยน Username และ Password
2.2.รุ่น MPEG4, และH.264 ใช้โปรแกรม Video Viewer เวอร์ชั่นแรกๆ ไม่เกิน 0.1.1.3
คลิ๊กตรง Miscellaneous Control แล้วมาคลิ๊กที่ Server Setting
เปลี่ยน รหัสผ่าน (Password) ได้อย่างเดียว แต่ถ้าเพิ่มใหม่ จะใส่ได้ทั้ง User Name และ Password
คลิ๊ก NEW เพื่อเพิ่มผู้ใช้ จะใส่ User Name ได้ ทำเสร็จแล้วอย่าลืม Apply แล้ว OK
Username : = ชื่อผู้ใช้
Password : = รหัสผ่าน
User Level : = ระดับของผู้ใช้ ว่าทำอะไรได้บ้าง
Supervisor = ทำได้ทุกอย่าง (ระดับสูงสุด)
Power User = Config, MENU ไม่ได้/ดูกล้องได้ปกติ/ดูย้อนหลังได้
Normal User = Config, MENU,ปรับขนาด,ไม่ได้/ดูกล้องได้ปกติ/ดูย้อนหลังได้
Guest = ดูตามที่มีได้อย่างเดียว (ระดับต่ำสุด)
Life time : = อายุการใช้งาน ใช้ได้นานเท่าไร
INFINITY = ใช้ได้ตลอดไป
1 Day = ใช้ได้ 1วัน
1 Hour = ใช้ได้ 1ชั่วโมง
1~10 MIN = ใช้ได้ 1ถึง 10นาที
2.3.รุ่น H.264 Series A ใช้โปรแกรม Video Viewer เวอร์ชั่นใหม่ๆ ถึง 0.1.6.1
จะคล้ายๆกับเวอร์ชั่นก่อนๆ ต่างกันแค่ Remote Config กับ Server Setting
ที่เหลือจะเหมือนกัน
อย่าลืม ชื่อผู้ใช้ และรหัสใหม่
จำดีกว่าจด แต่ถ้าจำไม่หมด จดดีกว่าจำ

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ระบบโทรทัศน์วงจรปิด

การทำงานของกล้อง
            ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV System) เป็นการส่งสัญญาณภาพ จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ได้ติดตั้งตามที่ต่างๆ มายังส่วนรับภาพ/ดูภาพ ซึ่งเรียกว่า จอภาพ ( Monitor ) โดยทั่วไปจะติดตั้งอยู่คนละที่กับกล้อง เช่นที่ห้องควบคุม เป็นต้น
อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบโทรทัศน์วงจรปิด
1.กล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTVCamera)
2.เลนส์(CCTVLenses)
3.เครื่องเลือก/สลับภาพVideoSwitcherและเครื่องผสม/รวมภาพ
4.จอภาพ(VideoMonitor)
5.เครื่องบันทึกภาพ(VideoRecorder)/คอมพิวเตอร์
6.อุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบโทรทัศน์วงจรปิด
-กล่องหุ้มกล้อง(CameraHousing)
-ขายึดกล้อง
7.ฐานกล้องปรับทิศทางได้(Pan&Tiltunits)
8.โปรแกรมกล้อง
9.อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
-ระบบINTERNET(กรณีต้องการดูกล้องผ่านระบบINTERNET)
-ระบบการควบคุม(ControlSystem)
- อุปกรณ์อื่น ๆ ที่นำเข้าใช้เกี่ยวข้องกับระบบโทรทัศน์วงจรปิด
ประโยชน์การใช้งานระบบโทรทัศน์วงจรปิด
-ในด้านการรักษาความปลอดภัยของบุคคลและสถานที่
- ในการตรวจสอบการทำงาน ของเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหะกรรมขนาดใหญ่
ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติหรือการทำงานของพนักงาน
- ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ เช่น ตรวจสอบจำนวนคนเพื่อการเปิด
ปิดเครื่องปรับอากาศฯ
- ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมการจราจร เช่น ตรวจสอบปริมาณรถยนต์ ฯ
โทรทัศน์วงจรปิด ส่วนมากที่ใช้งานในปัจจุบันนี้มี 2 แบบ
1.  ติดตั้งแบบคงที่ หรือแบบตายตัว ( Fixed Camera)
ตัวกล้องจะติดตั้งอยู่บนขากล้องหรืออื่นๆ ซึ่งไม่สามารถจะขยับ หรือหมุนเปลี่ยนทิศทางในการดูได้ ถ้าต้องการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทาง ก็จะต้องถอดตัวกล้องแยกออกจากขากล้อง จึงจะเปลี่ยนตำแหน่งได้.
2.  สามารถหมุนปรับทิศทางได้ ( Moving Camera)
เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ระบบโทรทัศน์วงจรปิด จึงได้มีการเพิ่มอุปกรณ์ประกอบเข้าไป คือ ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ สามารถที่จะปรับให้หมุนซ้าย / ขวา ก้ม-เงย ได้ ( Pan and Tilt unit ) และอาจจะมีอุปกรณ์อื่น เพิ่มอีก เช่น เลนส์ปรับขนาดภาพได้ ( Zoom Lens) และ เครื่องหุ้มกล้อง ( Camera Housing) เป็นต้น
ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ ( Pan & Tilt unit )
เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กล้อง สามารถที่จะเปลี่ยนได้หลายทิศทาง ทั้งมุมต่ำ และมุมสูง เช่น กล้อง ที่ติดตั้งอยู่กับ Pan & Tilt unit ติดตั้งบนเสามีความสูงประมาณ ๑๐ เมตร สามารถที่จะปรับมุมก้มเพื่อจะดูวัตถุ หรือคนที่อยู่บนพื้นดิน ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งที่ติดตั้งกล้อง หรือมุมเงยเพื่อมองไปยังอาคารที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นทิศทางตรงด้านหน้า หรือจะหมุนไป ยังทิศทางอื่นๆ ก็สามารถทำได้ การพิจารณาเลือกใช้ Pan & Tilt unit ควรเลือกให้เหมาะสมกับงาน เพื่อเป็นประหยัดเงิน และอื่นๆ เช่น ติดตั้งภายในอาคารสำนักงาน สภาพแวดล้อมปกติ ก็ควรใช้ Pan & Tilt unit ธรรมดาสำหรับที่ใช้ภายในอาคาร แต่ถ้าเป็นภายในอาคารของโรงงานอุตสาหกรรม จะต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ประกอบด้วย เช่น มีฝุ่นละอองมากกว่าปกติ มีการกัดกร่อนของโลหะสูง ก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้ Pan & Tilt unit ที่มีคุณสมบัติพิเศษ ให้เหมาะสมกับสภาพของสถานที่นั้นๆ ซึ่งอาจจะมีราคาค่อนข้างสูงจนถึงสูงมาก การติดตั้งภายนอกอาคารถ้าเป็นสถานที่สภาพแวดล้อมทั่วไปของท้องถิ่น (ประเทศไทย) ก็ใช้ Pan & Tilt unit สำหรับติดตั้งภายนอกอาคารที่มีความสามารถทนทนต่อแดดและฝนได้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าเป็นภายนอกอาคารแต่อยู่ในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย เช่น ภายในบริเวณโรงกลั่นน้ำมัน สภาวะอากาศจะเต็มไปด้วย ก๊าซ และ/หรือ ไอน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งไวไฟ ง่ายต่อการติดไฟ จึงมีความจำเป็นจะต้องใช้ Pan & Tilt unit ( และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ) ที่มีการออกแบบมาเฉพาะสามป้องกันไม่ให้ประกายไฟ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการทำงานของอุปกรณ์ภายใน Pan & Tilt unit ออกไปภายนอกได้ อาจจะเป็นสาเหตุของการติดไฟ ทำให้เกิดไฟไหม้ หรือการระเบิด Pan & tilt unit ชนิดนี้จะต้องสามารถป้องกันประกายไฟ (Flameproof) ยุโรป หรือป้องกันการระเบิด (Explosionproof)
การเลือกใช้ Pan & Tilt unit นอกจากเรื่องสถานที่ติดตั้งแล้ว จะต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า อุปกรณ์ที่จะใช้งานร่วมกับ Pan & Tilt unit นอกจากกล้องกับเลนส์ จะมีอุปกรณ์อื่นเพิ่มเติม เพราะว่าถ้ามีอุปกรณ์ประกอบมาก น้ำหนักก็จะต้องมากตามไปด้วย จำเป็นที่ต้องใช้ Pan & Tilt unit ที่สามารถจะรับน้ำหนักได้ทั้งหมด จะทำให้มีขนาดใหญ่ และราคาแพง Pan & Tilt unit บางชนิดสามารถที่หมุนได้รอบตัวได้ โดยที่ไม่ต้องหมุนกลับ (เพราะติดสายไฟ) บางชนิดมีวงจรความจำตำแหน่ง ( Preset Function) ควรจะพิจารณาว่าสามารถเสริมพิเศษของ Pan & Tilt unit มีความจำเป็นเพียงใด เพราะราคาก็จะต้องสูงไปตามคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้น นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว Pan & Tilt unit ยังมีอีกหลายแบบ เช่น บางแบบสามารถที่จะนำไปติดตั้งใต้น้ำได้ เป็นต้น ระบบไฟฟ้าภายในของ Pan & Tilt unit ต้องเป็นระบบไฟฟ้าชนิดเดียวกันกับ เครื่อง/ตัว ควบคุมการทำงาน เช่น 24 V.DC , 24 V.AC , 115 V.AC หรือ 220 V.AC เป็นต้น ถ้าใช้ระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน จะทำให้ Pan & Tilt unit ไม่ทำงาน หรือ ชำรุดเสียหายได้ ถ้าระบบการส่งสัญญาณควบคุมของ Pan & Tilt unit เป็นการส่งแบบการผสม หรือฝากไปกับสัญญาณอื่นๆ เช่น ระบบ Digital , Microcomputer-Base เป็นต้น จะต้องมีการแปลงหรือแยกสัญญาณควบคุมฯ ออกจากสัญญาณที่เป็นตัวรับฝาก อุปกรณ์นี้เรียกว่า Receiverunit หรือ Driverunit หรือมีชื่อเป็นอย่างอื่นตามแต่ผู้ผลิตจะเรียก
โดยปกติ กล้องที่มี Pan & Tilt unit จะใช้เลนส์ที่สามารถปรับขนาดภาพได้ ควบคู่ไปด้วยกัน แต่ไม่จำเป็น เสมอไป ขึ้นอยู่กับงานที่ใช้ มากกว่า ในบางลักษณะอาจจะต้องการเพียงให้สามารถปรับทิศในการดูก็เพียงพอ แล้ว ไม่ต้องการจะดูในรายละเอียด ในบางลักษณะก็มีความจำเป็นต้องการใช้เลนส์ที่สามารถปรับขนาดของภาพได้ เพื่อจะดูรายละเอียดของภาพที่ต้องการจะดูเพราะว่าระยะของวัตถุหรือจุดที่ ต้องการจะดูในแต่ละทิศทางจะมี ความแตกต่างกันไป

H.264-MPEG-1,2,3,4


ความหมายของ H.264-MPEG-1,2,3,4
จากหลังๆมานี้ วงการ กล้องวงจรปิด โดยเฉพาะเครื่องบันทึก หรือการ์ด DVR มีการกล่าวถึง Mp4 Mjpeg Jpeg2000 ทำให้ลูกค้าสับสน ตกลงอะไรมันดีกว่า หรือควรจะใช้อะไรดี เรามาดูกันเลยครับ  เริ่มสับสนกับมาตรฐานต่างๆ ในวงการมัลติมีเดียมานาน ทั้ง DivX, XviD สารพัด พอแอปเปิลประกาศ H.264 ใน QuickTime 7 ก็เลยคิดว่าต้องหาเวลามาทำความเข้าใจมันหน่อยแล้ว แหล่งข้อมูลหลักคือ Wikipedia สารานุกรมของมนุษยชาติ ตอนนี้กำลังมีแคมเปญ Fundraising ใครมีเครดิตการ์หรือจ่ายตังผ่านเน็ตได้ เผื่อจะ donate นะครับ 
ผมมาเขียนแปะไว้ด้วยเผื่อคนอื่นจะได้ประโยชน์เกริ่นคร่าวๆ ก็คือ มาตรฐานในแวดวงมัลติมีเดียปัจจุบันถูกกำหนดโดยสององค์กรหลักๆ องค์การแรกคุ้นกันดีคือ MPEG ย่อมาจาก Moving Picture Expert Group  ส่วนอีกองค์กรก็เป็นพันธมิตรกัน คือ ITU-Tซึ่งเป็นหน่วยที่มีหน้าที่ออกมาตรฐานทางโทรคมนาคม ของ ITU อีกที (International Telecom Union) ถ้าใครเรียนสายเน็ตเวิร์คมาคงคุ้นกับพวก X.25/Framerelay หรือ X.509/LDAP กันดี ฝีมือ ITU-T เค้าล่ะครับ แต่วันนี้เราจะสนใจแค่มาตรฐาน H.XXX ที่เกี่ยวกับมัลติมีเดียเท่านั้นผลงานของ MPEG ผมเชื่อว่าห่างจากตัวคุณไม่เกินสามเมตร MPEG-1  เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับวิดีโอ กำเนิดอย่างเป็นทางการในช่วงปี 93 นำไปใช้ใน VCD ครับ MP3  ไม่ได้เป็น MPEG-3 อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ คือใน MPEG-1 มันจะแบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ส่วนของภาพ ส่วนของเสียง ส่วนของมีเดีย สามารถหยิบเฉพาะบางส่วนไปใช้งานจริงได้ และส่วนของเสียงใน MPEG-1 คือส่วนที่เรียกว่า Layer 2 และ Layer 3 เจ้า Layer 2 นั้นตกสมัยไปแล้ว ส่วน MPEG-1 Layer 3 ก็คือ MP3 นั่นเอง อย่าบอกนะ ว่าเครื่องคุณไม่มี   Ogg Vorbis ไม่เกี่ยวกับ MPEG แต่อย่างใด แต่เรื่องมีอยู่ว่า MP3 ได้รับความนิยมมากแบบที่ทุกคนรู้กัน ในปี 98 สถาบัน Fraunhofer Society ในเยอรมันซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรวิธีการบีบอัดเสียงใน MP3 ประกาศเตรียมคิดเงินกับผู้ใช้งาน (ทำให้ Fedora/Ubuntu ตัดสินใจเอา MP3 ออกเพราะเหตุนี้) จึงมีคนกลุ่มนึงประกาศสร้างสิ่งของที่เท่าเทียมกับ MP3 ขึ้นมา แต่ไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ (Public Domain) ซึ่งยิ่งกว่าโอเพ่นซอร์สอีกเพราะว่าโอเพ่นซอร์สมีลิขสิทธิ์เพียงแต่อนุญาต ให้ใช้งานได้ฟรี ปี 2002 Ogg Vorbis 1.0 จึงปรากฎกายออกมา และกลายเป็นหนึ่งในฟอร์แมตออดิโอหลักที่ทุกโปรแกรมต้องมี ไฟล์นามสกุล .ogg นะครับ

มาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเคียง MP3 ได้ก็มี ATRAC ของโซนี่, AC-3 ของ Dolby Digital, mp3PRO และ Windows Media Audio (.wma) ของไมโครซอพท์

MPEG-2  ปี 94 โลกก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเมื่อมาตรฐาน MPEG-2 ถูกคิดมาไว้รอรับ DVD ความแตกต่างกับ MPEG-1 ก็มีไม่มากนัก ยกเว้นเรื่องการเข้ารหัส/ถอดรหัสที่ใช้วิธีทันสมัยมากขึ้น แผ่นดีวีดีทุกแผ่นที่จับอยู่ก็เก็บข้อมูลเป็น MPEG-2 นี่ล่ะครับ
MPEG-3  เมื่อเทรนด์ HDTV (High Definition TV)  มาแรง ซึ่งเมืองนอกเค้าก็แรงจริงเริ่มมีใช้กันแล้ว บ้านเราขอแค่สัญญาณไม่ขาดก็ดีถมเถ ทาง MPEG เลยคิดค้นมาตรฐานมาใช้กับ HDTV ด้วย แต่สุดท้ายก็ล้มไป เพราะพบว่าแค่ MPEG-2 ที่มีอยู่เดิมก็พอสำหรับ HDTV แล้ว

MPEG-4  เป็นส่วนขยายของ MPEG-1 เพื่อรับรูปแบบมัลติมีเดียต่างๆ เช่น 3D หรือการเข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเคยว่า MPEG-4 แบ่งออกเป็นหลายส่วนตามหน้าที่แต่ละส่วน และทาง MPEG จะปล่อยให้ผู้ผลิตซอพท์แวร์เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมที่ใช้จริงๆ เอง ไม่จำเป็นต้องตาม MPEG-4 เต็มชุดก็ได้ พัฒนาได้เป็นบางส่วนก็พอ (แบบเดียวกับ MP3 ที่หยิบแต่ส่วนออดิโอไปทำ) รายละเอียดว่าทั้งหมดมีอะไรบ้าง ดูตามลิงค์ ผมยกมาเฉพาะอันสำคัญๆ

MPEG-4 part 2 รับผิดชอบกับการจัดการวิดีโอ ฟอร์แมตวิดีโอสำคัญๆ หลายตัวอิมพลีเมนต์ตาม part 2 นี้ DivX  ผู้พัฒนา part2 คนแรกๆ คือไมโครซอพท์ (.asf) และ DivX ในยุคแรกๆ ก็เป็นเวอร์ชันที่แฮค .asf ให้เก็บเป็น .avi ได้ ในภายหลัง DivX ได้แก้ไขให้เป็นอัลกอริทึมของตัวเอง และแจกให้ใช้ฟรี (binary) ส่วน source นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท DivXNetworks ซึ่งก็ก่อตั้งโดยบรรดาแฮกเกอร์ที่แฮกไมโครซอพท์นั่น ล่ะ ปัจจุบัน DivX ได้รับความนิยมสูงมากโดยเฉพาะโลกของหนังที่ริป (เข้ารหัสใหม่) มาจากดีวีดี และอนิเมแฟนซับ เพราะได้คุณภาพเท่าดีวีดีในขนาดเท่าซีดี
XviD  พอ DivXNetworks ตั้งไข่ได้ ก็โอเพ่นซอร์สข้อมูลบางส่วนใต้โครงการ OpenDivX และมีนักพัฒนาสนใจใช้งานกันเยอะ แต่ภายหลังได้เกิดเหตุการณ์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดขึ้น DivXNetworks ทรยศชุมชน OpenDivX โดยหยุดพัฒนาไปเสียอย่างนั้น ทางชุมชนจึงแก้แค้นโดยการพัฒนารูปแบบการเข้า/ถอดรหัส (codec) ที่เป็นโอเพ่นซอร์สขึ้นมาแข่งกับ DivX และใช้ชื่อชนกันโต้งๆ ว่า XviD (เขียนกลับหลัง) ระดับความนิยมนั้นใกล้เคียงกับ DivX Ogg Theora  เช่นเคยครับ Ogg สร้าง Vorbis ขึ้นมาด้วยแนวคิดจิตใจงดงามกว่าโอเพ่นซอร์ส (เพราะเป็น public domain) ยังไง Theora ก็คือ Vorbis เวอร์ชันวิดีโอยังงั้นเลย การพัฒนายังไม่เสร็จ ความนิยมก็ยังไม่เยอะครับ QuickTime 6 ฟอร์แมตที่ใช้ดูตัวอย่างหนังของแอปเปิล ก็รวมอยู่ใน part2 นี้ เช่นเดียวกับ Windows Media Video 9 (.wmv) ครับ

MPEG-4 part 3 ใน part 2 รับเรื่องวิดีโอไป part 3 เป็นเรื่องของออดิโอครับ

AAC (Advance Audio Coding)  เป็นการอิมพลีเมนต์ตาม MPEG-4 part 3 แน่นอนว่า MPEG-1 หรือจะสู้ MPEG-4 คุณภาพเค้าบอกว่า 96 kbps AAC เท่ากับ 128 kbps MP3 เลยล่ะ ผู้ผลักดันหลักคือแอปเปิล เพลงทุกเพลงที่ขายออกจาก iTunes Music Store เป็น AAC ครับ นามสกุลของมันเป็น .mp4 หรือ .m4a ด้วยเหตุผลทางการตลาดของแอปเปิลว่า 4 มันต้องดีกว่า 3 สิ MPEG-4 part 10 ในส่วนที่ 10 นี้ดูแล Advance Video Coding หรือส่วนของวิดีโอที่ดีกว่า part 2 เรียกย่อๆ ว่า AVC H.264  ไม่ต่างอะไรกับ AVC เพียงแต่ AVC เป็นชื่อของทาง MPEG ส่วน H.264 เป็นชื่อของ ITU-T เท่านั้นเอง (H.262 คือ MPEG-2 ส่วน H.263 นั้นล้าสมัยไปแล้ว ถูก H.264 แซง) เจ้า H.264 นี้เป็นตัวเข้าและถอดรหัสวิดีโอแห่งอนาคต แอปเปิลก็โปรโมทนักหนาว่า มันจะอยู่ใน OSX 10.4 Tiger ทั้งดูหนังผ่าน QuickTime 7 และคุยกับเพื่อนๆ ผ่านทาง iChat (Apple H.264 Faq) นอกจากแอปเปิลแล้ว H.264 เริ่มถูกนำไปใช้ในระบบทีวีแบบใหม่ของญี่ปุ่นและยุโรป ที่น่าสนใจกว่านั้น คือไม่ว่ามาตรฐานแผ่นดิสก์ยุคหน้าใครจะเป็นผู้ชนะ ระหว่าง HDDVD กับ Bluray ทั้งคู่ใช้ H.264 ครับ เอ้อ PSP ก็สนับสนุนด้วยนะ
MPEG-7  มาดูมาตรฐานอื่นๆ บ้าง MPEG-7 ไม่ใช่มาตรฐานเกี่ยวกับภาพและเสียงเหมือนอันอื่นๆ แต่เป็นมาตรฐานที่ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวมีเดีย (metadata) เช่น หนังแผ่นนี้ชื่ออะไร หรือถ้าหนังเล่นมาถึงตอนนี้ ให้เล่นเพลงนี้ พร้อมขึ้นซับไทเทิลไฟล์นี้ เป็นต้น อิมพลีเมนต์โดย XML MPEG-21  เป็นมาตรฐานมัลติมีเดียในอนาคตครับ ตอนนี้กำลังร่างกันอยู่ ได้ข่าวผ่านๆ มาว่าจะมุ่งเน้นการใช้งานมัลติมีเดียผ่านเครือข่าย มากกว่าวิธีการแสดงผลแบบใน 1-2-4 ครับ
 
จำหน่าย กล้องวงจรปิด DVR Finger Scan อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เสริมกล้องวงจรปิด รับติดตั้ง/ซ่อมคอมพิวเตอร์ จำหน่าย กล้องวงจรปิด DVR Finger Scan อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เสริมกล้องวงจรปิด รับติดตั้ง/ซ่อมคอมพิวเตอร์